October 06
>>> เรื่อง เล่าจากในวัง....แล้วคุณจะรัก 'ในหลวง'
>>> ==================================
>>> ผมมีเรื่องที่จะเล่าให้ฟัง อยู่เหตุการณ์หนึ่งซึ่งเป็นเรื่องจริง
>>> เหตุการณ์เกิดที่จังหวัดตาก
>>> เมื่อพระเทพทรงเสด็จไป เยี่ยมราษฏรตามที่ต่างๆ
>>> ได้ ทรงเสด็จไปเยี่ยมประชาชนใน ตลาดสด
>>> และถามความเป็น อยู่กับบรรดาแม่ค้าในตลาด แต่ก็มาถึงแม่ค้าปลา
>>> ซึ่งพระองค์ทรง ตรัสถามว่า 'ปลาพวกนี้ขายอย่างไงจ๊ะ'
>>> แม่ค้าตอบว่า 'ที่ สวรรคตแล้ว กิโลละ 40 บาท
>>> และที่เสด็จไปเสด็จมา กิโลละ 80 บาทจ๊ะ'
>>> เหตุการณ์นี้ ทำให้ข้าราชบริพาลที่ ตามเสด็จหัวเราะกันทุกคน
>>> --------------------------------------------------------- -
>>> เช้าวันหนึ่ง เวลาประมาณ 7 โมงเช้า นางสนองพระโอษฐ์ ของฟ้าหญิงองค์เล็ก
>>> ได้รับโทรศัพท์เป็นเสียงผู้ชาย ขอพูดสายกับ ฟ้าหญิง
>>> ทางนางสนองพระโอษฐ์ ก็สอบถามว่าใครจะพูดสายด้วย
ก็มี เสียงตอบกลับมาว่า คนที่แบงค์ นางสนองพระโอฐก็ งง...งง ว่าคนที่แบงค์ ทำไมโทรมาแต่เช้า แบงค์ก็ยังไม่เปิดนี่หว่า
>>> แต่พอฟ้าหญิงรับ โทรศัพท์แล้วถึงได้รู้ว่า คนที่แบงค์น่ะ ก็ที่แบงค์จริงๆนะ ไม่เชื่อเปิดกระเป๋าตังค์ แล้วหยิบแบงค์มาดูสิ ... ขนลุกเลย ( ทรงตัสกับในหลวงท่านอยู่นั่น เอง)
>>> ---------- ------------------------------------------------------------------------- -
>>> อีกครั้งหนึ่งที่ภาคอีสานเมื่อเสด็จขึ้นไปทรงเยี่ยมบนบ้าน ของราษฎรผู้หนึ่ง
>>> ที่คณะผู้ตามเสด็จทั้งหลายออกแปลกใจในการ กราบบังคมทูล
>>> ที่คล่องแคล่วและใช้ราชาศัพท์ได้อย่างน่า ฉงน
>>> เมื่อในหลวงมีพระราชปฏิสันถารถึงการใช้ราชา ศัพท์ได้ดีนี้
>>> จึงมีคำกราบทูลว่า 'ข้าพระพุทธเจ้าเป็นโต้โผ ลิเกเก่า
>>> บัดนี้มีอายุมากจึงเลิกรามาทำนาทำสวนพระ พุทธเจ้าข้า..'
>>> มาถึงตอนสำคัญที่ทรงพบนกในกรงที่เลี้ยงไว้ ที่ชานเรือน
>>> ก็ทรงตรัสถามว่า เป็นนกอะไรและมีกี่ ตัว.
>>> พ่อลิเกเก่ากราบบังคมทูลว่า
>>> ' มีทั้งหมดสามตัว พระมเหสีมันบินหนีไป
>>> ทิ้งพระโอรสไว้สองตัว ตัวหนึ่งที่ยังเล็ก ตรัสอ้อแอ้อยู่เลย
>>> และทิ้งให้พระบิดาเลี้ยงดูแต่ผู้ เดียว'
>>> เรื่องนี้ ดร.สุเมธ
>>> เล่าว่าเป็นที่ต้องสะกด กลั้นหัวเราะกันทั้งคณะไม่ยกเว้นแม้ในหลวง
>>> ------------------------------------------------------- ---
>>> เมื่อครั้งท่านพระชนม์มายุ 72 พรรษา
>>> มีการผลิตเหรียญที่ระลึกออกมาหลาย รุ่น
>>> เจ้าของกิจการนาฬิกายี่ห้อหนึ่งได้ยื่น เรื่องขออนุญาต
>>> นำพระบรมฉายาลักษณ์ของท่านมาประดับที่หน้าปัดนาฬิกาเป็นรุ่นพิเศษ
>>> ท่านทราบเรื่องแล้วตรัสกับเจ้าหน้าที่ว่า
>>> 'ไปบอกเค้านะเราไม่ใช่ มิกกี้เมาส์'
>>> ---------- -----------------------------
>>> เรื่องการใช้ราชาศัพท์กับ ในหลวง
>>> ดูจะเป็นเรื่องใหญ่ที่ใครต่อใครเกร็งกันทั้ง แผ่นดิน
>>> และไม่เว้นแม้กระทั่งข้าราชการชั้นผู้ใหญ่ ที่ได้เข้าเฝ้า
>>> ทูลละอองธุลีพระบาทถวายรายงาน
>>>
>>> ครั้งหนึ่งเมื่อหลายปีก่อน มีข้าราชการระดับสูงผู้หนึ่งกราบบังคมทูลรายงาน
>>> ว่า 'ขอเดชะ ฝ่าละอองธุลีพระบาท ปก เกล้าปกกระหม่อม
>>> ข้าพระพุทธเจ้าพลตรีภูมิพลอดุลย เดช
>>> ขอพระราชทานพระบรมราชานุญาต
>>> กราบบังคมทูลรายงาน ฯลฯ'
>>> เมื่อสิ้นคำกราบบังคมทูลชื่อในหลวงทรงแย้ม พระสรวล
>>> อย่างมีพระอารมณ์ดีและไม่ถือสาว่า
>>> 'เออ ดี เราชื่อเดียว กัน...'
>>> ข่าวว่าวันนั้นผู้เข้าเฝ้า ต้องซ่อนหัวเราะขำขันกันทั้งศาลาดุสิดาลัย
>>> เพราะผู้รายงาน ตื่นเต้นจนจำชื่อตนเองไม่ได้
>>> ---------------------------------------
>>> มีอยู่ครั้ง หนึ่งทรงเสด็จไปพระราชทานปริญญาบัตร
>>> ให้กับนักศึกษา ของมหาวิทยาลัยแห่งหนึ่ง
>>> ในระหว่างที่ทรงเปลี่ยนในครุย ทรงโปรดสูบมวน พระโอสถ
>>> แต่ว่าทรงหาที่จุดไม่ได้
>>> ทางอธิการบดีซึ่งเฝ้าอยู่ก็จุดไฟให้พร้อมทูล ว่า
>>> ' ถวายพระเพลิงพระเจ้า ข้า'
>>> ในหลวงทรงชะงัก ก่อนจะแย้มสรวลน้อยๆ กับ อธิการบดีว่า
>>> ' เรายังไม่ตายถวายพระเพลิงไม่ได้ หรอก'
>>> ---------- -----------------------------
>>> เคยมีเรื่องเล่าให้ฟัง ว่า
>>> ในหลวงเสด็จไปในถิ่นทุรกันดารเเพื่อเยี่ยม เยียนราษฎร
>>>
>>> มีอยู่ครั้งหนึ่งพระองค์ท่านทรงแจกพระเครื่องให้กับราษฎรจนหมดแล้ว
>>> แต่ราษฎรผู้หนึ่งกราบบังคมทูลขอรับพระราชทานพระเครื่องว่า
>>> 'ขอเดชะ ขอพระ หนึ่งองค์'
>>> ในหลวงทรงตรัสว่า 'ขอเดชะ พระหมด แล้ว'
>>> ---------- -----------------------------
>>>
>>> วันหนึ่งพระองค์ท่านเสด็จเยี่ยมเยียนพสกนิกรของท่านตาม ปกติที่ต่างจังหวัด
>>> ก็มีชาวบ้านมาต้อนรับในหลวงมาก มาย
>>> พระองค์ท่านเสด็จพระราชดำเนินมาตามลาดพระ บาท
>>> ที่แถวหน้าก็มีหญิงชราแก่คนหนึ่งได้ก้มลง กราบแทบพระบาท
>>> แล้วก็เอามือของแกมาจับ พระหัตถ์ของ ในหลวง
>>> แล้วก็พูดว่า ยายดีใจเหลือเกินที่ได้เจอ ในหลวง
>>> แล้วก็พูดว่า ยายอย่างโน้น ยายอย่าง นี้
>>> อีกตั้งมากมายแต่ในหลวงก็ทรง เฉยๆ
>>> มิได้ตรัสรับสั่งตอบว่ากระไร
>>> แต่พวกข้าราชบริภารก็มองหน้ากันใหญ่
>>> กลัวว่าพระองค์จะทรงพอ พระราชหฤหัย หรือไม่
>>> แต่พอพวกเราได้ยินพระองค์รับสั่งตอบ ว่ากับหญิงชราคนนั้น
>>> ทำให้เราถึงกับกลั้นหัวเราะไว้ไม่ ไหว เพราะพระองค์ทรงตรัสว่า
>>> ' เรียกว่ายายได้อย่างไร อายุอ่อน กว่าแม่ฉันตั้งเยอะ
>>> ต้องเรียกน้าซิถึงจะ ถูก'
>>> ---------- ----------------------------------------
>>> ครั้งหนึ่งหลายๆ ปีมา แล้ว
>>> พระเจ้าอยู่หัวทรงประชวรนิดหน่อยเกี่ยวกับ พระฉวีมีพระอาการคัน
>>> มีหมอโรคผิวหนังคณะหนึ่งไปเข้าเฝ้าฯ เพื่อถวายการรักษา
>>>
>>> คุณหมอเป็นผู้เชี่ยวชาญทางโรคผิวหนังแต่ไม่ได้เชี่ยวชาญทางราชา ศัพท์
>>> ก็กราบบังคมทูลว่า 'เอ้อ -
>>> ทรง...อ้า-ทรงพระคันมานานแล้วหรือยังพะยะ ค่ะ'
>>> พระเจ้าอยู่หัวก็ทรงพระสรวล ตรัส ว่า
>>> 'ฉันไม่ใช่ผู้หญิง นี่จะท้องได้ยังไง'
>>> แล้วคงจะทรงพระกรุณาว่า
>>> หมอคงจะไม่รู้ราชาศัพท์ทางด้านอวัยวะร่างกาย จริงๆ
>>> ก็พระราชทานพระบรมราชานุญาตว่า เอ้าพูดภาษา อังกฤษกันเถอะ
>>> ---------- -----------------------------
>>> เรื่องนี้รุ่นพี่ที่จุฬาฯเล่าให้ฟัง ว่า
>>> มีอยู่ปีนึงที่ ในหลวงทรงเสด็จ
>>> พระราชทานปริญญาบัตร อธิการบดีอ่านรายชื่อ บัณฑิตแล้วบังเอิญว่า
>>> มีเหตุขัดข้องบางประการ ทำให้อ่านขาด ตอน
>>> ก็ต้องรีบหาว่าอ่านรายชื่อไปถึงไหน แล้ว
>>> ปรากฏว่าในหลวงท่านทรงจำได้ ท่านเลยตรัสกับ อธิการไปว่า
>>> 'เมื่อกี้นี้ (ชื่อ....) เค้ารับไป แล้ว'
>>> และมีอีกปีนึงขณะที่พระราชทานปริญญาบัตรอยู่ ดีๆ
>>> ไฟดับไปชั่วขณะ...
>>> ทำให้บัณฑิตคน หนึ่งพลาดโอกาสครั้งสำคัญในการถ่ายรูป
>>> พอในหลวงทรงพระราชทาน ปริญญาบัตรเรียบร้อยแล้ว
>>> ก่อนที่จะให้พระบรม ราโชวาท
>>> ท่านทรงให้อธิการบดีเรียกบัณฑิตคนนั้นมารับ พระราชทานอีกครั้ง
>>> เพื่อจะได้มีรูปไว้เป็นที่ ระลึก
>>> ตื้นตันกันถ้วนทั่วทั้งหอ ประชุม
>>>
>>> ********
>>> ขอจงทรงพระเจริญยิ่งยืนนาน
August 21
บาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงเข้าพระราชหฤทัยในความเป็นไปของเมืองไทยและคนไทยอย่างลึกซึ้งและกว้างไกล ได้ทรงวางรากฐานในการพัฒนาชนบท และช่วยเหลือประชาชนให้สามารถพึ่งตนเองได้มีความ " พออยู่พอกิน" และมีความอิสระที่จะอยู่ได้โดยไม่ต้องติดยึดอยู่กับเทคโนโลยีและความเปลี่ยนแปลงของกระแสโลกาภิวัฒน์ ทรงวิเคราะห์ว่าหากประชาชนพึ่งตนเองได้แล้วก็จะมีส่วนช่วยเหลือเสริมสร้างประเทศชาติโดยส่วนรวมได้ในที่สุด พระราชดำรัสที่สะท้อนถึงพระวิสัยทัศน์ในการสร้างความเข้มแข็งในตนเองของประชาชนและสามารถทำมาหากินให้พออยู่พอกินได้ ดังนี้
"….ในการสร้างถนน สร้างชลประทานให้ประชาชนใช้นั้น จะต้องช่วยประชาชนในทางบุคคลหรือพัฒนาให้บุคคลมีความรู้และอนามัยแข็งแรง ด้วยการให้การศึกษาและการรักษาอนามัย เพื่อให้ประชาชนในท้องที่สามารถทำการเกษตรได้ และค้าขายได้…"
“…บารมีนั้น คือ ทำความดี เปรียบเทียบกับธนาคาร …ถ้าเราสะสมเงินให้มากเราก็สามารถที่จะใช้ดอกเบี้ย ใช้เงินที่เป็นดอกเบี้ย โดยไม่แตะต้องทุนแต่ถ้าเราใช้มากเกินไป หรือเราไม่ระวัง เรากิน เข้าไปในทุน ทุนมันก็น้อยลง ๆ จนหมด …ไปเบิกเกินบัญชีเขาก็ต้องเอาเรื่อง ฟ้องเราให้ล้มละลาย เราอย่าไปเบิกเกินบารมีที่บ้านเมือง ที่ประเทศได้สร้างสมเอาไว้ตั้งแต่บรรพบุรุษของเราให้เกินไป เราต้องทำบ้าง หรือเพิ่มพูนให้ประเทศของเราปกติมีอนาคตที่มั่นคง บรรพบุรุษของเราแต่โบราณกาล ได้สร้างบ้านเมืองมาจนถึงเราแล้ว ในสมัยนี้ที่เรากำลังเสียขวัญ กลัว จะได้ไม่ต้องกลัว ถ้าเราไม่รักษาไว้…”
“….ขอให้ถือว่าการงานที่จะทำนั้นต้องการเวลา เป็นงานที่มีผู้ดำเนินมาก่อนแล้ว ท่านเป็นผู้ที่จะเข้าไปเสริมกำลัง จึงต้องมีความอดทนที่จะเข้าไปร่วมมือกับผู้อื่น ต้องปรองดองกับเขาให้ได้ แม้เห็นว่ามีจุดหนึ่งจุดใดต้องแก้ไขปรับปรุงก็ต้องค่อยพยายามแก้ไขไปตามที่ถูกที่ควร….”
________________________________________________O________________O__________________________________________