AonKung's profileAon_TransformersPhotosBlogListsMore Tools Help

Aon_Transformers

Autobot ^^

ครรชิตพล สมบูรณ์

Occupation
Location
Interests

ขอบคุณสำหรับการเข้าเยี่ยมชม! อยากให้อ่านบทความที่ผมเขียนเป็นพระราชดำรัสของในหลวงอ่านแล้วได้ประโยชน์และข้อคิดดีคับ

Please wait...
Sorry, the comment you entered is too long. Please shorten it.
You didn't enter anything. Please try again.
Sorry, we can't add your comment right now. Please try again later.
To add a comment, you need permission from your parent. Ask for permission
Your parent has turned off comments.
Sorry, we can't delete your comment right now. Please try again later.
You've exceeded the maximum number of comments that can be left in one day. Please try again in 24 hours.
Your account has had the ability to leave comments disabled because our systems indicate that you may be spamming other users. If you believe that your account has been disabled in error please contact Windows Live support.
Complete the security check below to finish leaving your comment.
The characters you type in the security check must match the characters in the picture or audio.
THE AUMAIM.wrote:
พี่พี่พี่พี่
อิ๋มเอง เปงไงบ้าง วันเกิดอิ๋มนะวันนี้น่ะ ขอบอก  ของขวัญเลย ด่วนๆ
คิดถึงนะจ๊ะคนแก่  อิอิ ยิ้มแฉ่ง
Oct. 27
สอบเสร็จยังอ่ะ...ว่างๆก้แวะไปทักทายกันบ้างนะ ขอใหโชคAจ้า
Oct. 8
m_i_n_twrote:
ความคิดถึงมันห้ามไม่ไหว
 
Sept. 7
ดีอ้นเข้ามาแล้วไม่มีภาพให้ดูบ้างเลยหรอ  แต่ก้อคิดถึงนะจ๊ะ 
Aug. 28
HIIIIIIIIIIIIIIIIIII
IIIIIIIII
MISSSSSSSSSSSS
UUUUUUUUUUUUUUU
ไม่มีไรหรอก
อ้นบ้า
 
 
Aug. 20
October 06

เรื่อง เล่าจากในวัง....แล้วคุณจะรัก 'ในหลวง'

>>>             เรื่อง เล่าจากในวัง....แล้วคุณจะรัก 'ในหลวง'
>>>             ==================================

>>>            
ผมมีเรื่องที่จะเล่าให้ฟัง อยู่เหตุการณ์หนึ่งซึ่งเป็นเรื่องจริง
>>>            
เหตุการณ์เกิดที่จังหวัดตาก
>>>            
เมื่อพระเทพทรงเสด็จไป เยี่ยมราษฏรตามที่ต่างๆ
>>>            
ได้ ทรงเสด็จไปเยี่ยมประชาชนใน ตลาดสด
>>>            
และถามความเป็น อยู่กับบรรดาแม่ค้าในตลาด แต่ก็มาถึงแม่ค้าปลา
>>>            
ซึ่งพระองค์ทรง ตรัสถามว่า 'ปลาพวกนี้ขายอย่างไงจ๊ะ'
>>>            
แม่ค้าตอบว่า 'ที่ สวรรคตแล้ว กิโลละ 40 บาท
>>>            
และที่เสด็จไปเสด็จมา กิโลละ 80 บาทจ๊ะ'
>>>            
เหตุการณ์นี้ ทำให้ข้าราชบริพาลที่ ตามเสด็จหัวเราะกันทุกคน
>>>             --------------------------------------------------------- -

>>>            
เช้าวันหนึ่ง เวลาประมาณ 7 โมงเช้า นางสนองพระโอษฐ์ ของฟ้าหญิงองค์เล็ก
>>>            
ได้รับโทรศัพท์เป็นเสียงผู้ชาย ขอพูดสายกับ ฟ้าหญิง
>>>            
ทางนางสนองพระโอษฐ์ ก็สอบถามว่าใครจะพูดสายด้วย 
                  
ก็มี เสียงตอบกลับมาว่า คนที่แบงค์ นางสนองพระโอฐก็ งง...งง  ว่าคนที่แบงค์ ทำไมโทรมาแต่เช้า แบงค์ก็ยังไม่เปิดนี่หว่า
>>>            
แต่พอฟ้าหญิงรับ โทรศัพท์แล้วถึงได้รู้ว่า คนที่แบงค์น่ะ ก็ที่แบงค์จริงๆนะ ไม่เชื่อเปิดกระเป๋าตังค์ แล้วหยิบแบงค์มาดูสิ ... ขนลุกเลย  ( ทรงตัสกับในหลวงท่านอยู่นั่น เอง)
>>>             ---------- ------------------------------------------------------------------------- -

>>>          
อีกครั้งหนึ่งที่ภาคอีสานเมื่อเสด็จขึ้นไปทรงเยี่ยมบนบ้าน ของราษฎรผู้หนึ่ง
>>>            
ที่คณะผู้ตามเสด็จทั้งหลายออกแปลกใจในการ กราบบังคมทูล
>>>            
ที่คล่องแคล่วและใช้ราชาศัพท์ได้อย่างน่า ฉงน
>>>            
เมื่อในหลวงมีพระราชปฏิสันถารถึงการใช้ราชา ศัพท์ได้ดีนี้
>>>            
จึงมีคำกราบทูลว่า 'ข้าพระพุทธเจ้าเป็นโต้โผ ลิเกเก่า
>>>            
บัดนี้มีอายุมากจึงเลิกรามาทำนาทำสวนพระ พุทธเจ้าข้า..'
>>>            
มาถึงตอนสำคัญที่ทรงพบนกในกรงที่เลี้ยงไว้ ที่ชานเรือน
>>>            
ก็ทรงตรัสถามว่า เป็นนกอะไรและมีกี่ ตัว.
>>>            
พ่อลิเกเก่ากราบบังคมทูลว่า
>>>             '
มีทั้งหมดสามตัว พระมเหสีมันบินหนีไป
>>>            
ทิ้งพระโอรสไว้สองตัว ตัวหนึ่งที่ยังเล็ก ตรัสอ้อแอ้อยู่เลย
>>>            
และทิ้งให้พระบิดาเลี้ยงดูแต่ผู้ เดียว'
>>>            
เรื่องนี้ ดร.สุเมธ 
>>>           
เล่าว่าเป็นที่ต้องสะกด กลั้นหัวเราะกันทั้งคณะไม่ยกเว้นแม้ในหลวง

>>>             ------------------------------------------------------- ---

>>>            
เมื่อครั้งท่านพระชนม์มายุ 72 พรรษา
>>>            
มีการผลิตเหรียญที่ระลึกออกมาหลาย รุ่น
>>>            
เจ้าของกิจการนาฬิกายี่ห้อหนึ่งได้ยื่น เรื่องขออนุญาต
>>>            
นำพระบรมฉายาลักษณ์ของท่านมาประดับที่หน้าปัดนาฬิกาเป็นรุ่นพิเศษ
>>>            
ท่านทราบเรื่องแล้วตรัสกับเจ้าหน้าที่ว่า
>>>             '
ไปบอกเค้านะเราไม่ใช่ มิกกี้เมาส์'
>>>             ---------- -----------------------------

>>>            
เรื่องการใช้ราชาศัพท์กับ ในหลวง
>>>            
ดูจะเป็นเรื่องใหญ่ที่ใครต่อใครเกร็งกันทั้ง แผ่นดิน
>>>            
และไม่เว้นแม้กระทั่งข้าราชการชั้นผู้ใหญ่ ที่ได้เข้าเฝ้า
>>>            
ทูลละอองธุลีพระบาทถวายรายงาน
>>>
>>>           
ครั้งหนึ่งเมื่อหลายปีก่อน มีข้าราชการระดับสูงผู้หนึ่งกราบบังคมทูลรายงาน
>>>            
ว่า 'ขอเดชะ ฝ่าละอองธุลีพระบาท ปก เกล้าปกกระหม่อม
>>>            
ข้าพระพุทธเจ้าพลตรีภูมิพลอดุลย เดช
>>>            
ขอพระราชทานพระบรมราชานุญาต
>>>            
กราบบังคมทูลรายงาน ฯลฯ'

>>>             เมื่อสิ้นคำกราบบังคมทูลชื่อในหลวงทรงแย้ม พระสรวล
>>>            
อย่างมีพระอารมณ์ดีและไม่ถือสาว่า
>>>             '
เออ ดี เราชื่อเดียว กัน...'
>>>           
ข่าวว่าวันนั้นผู้เข้าเฝ้า ต้องซ่อนหัวเราะขำขันกันทั้งศาลาดุสิดาลัย
>>>            
เพราะผู้รายงาน ตื่นเต้นจนจำชื่อตนเองไม่ได้
>>>             ---------------------------------------

>>>            
มีอยู่ครั้ง หนึ่งทรงเสด็จไปพระราชทานปริญญาบัตร
>>>            
ให้กับนักศึกษา ของมหาวิทยาลัยแห่งหนึ่ง
>>>            
ในระหว่างที่ทรงเปลี่ยนในครุย ทรงโปรดสูบมวน พระโอสถ
>>>            
แต่ว่าทรงหาที่จุดไม่ได้
>>>             
ทางอธิการบดีซึ่งเฝ้าอยู่ก็จุดไฟให้พร้อมทูล ว่า
>>>             '
ถวายพระเพลิงพระเจ้า ข้า'
>>>            
ในหลวงทรงชะงัก ก่อนจะแย้มสรวลน้อยๆ กับ อธิการบดีว่า
>>>             '
เรายังไม่ตายถวายพระเพลิงไม่ได้ หรอก'
>>>             ---------- -----------------------------

>>>            
เคยมีเรื่องเล่าให้ฟัง ว่า
>>>            
ในหลวงเสด็จไปในถิ่นทุรกันดารเเพื่อเยี่ยม เยียนราษฎร
>>>
>>>            
มีอยู่ครั้งหนึ่งพระองค์ท่านทรงแจกพระเครื่องให้กับราษฎรจนหมดแล้ว
>>>            
แต่ราษฎรผู้หนึ่งกราบบังคมทูลขอรับพระราชทานพระเครื่องว่า
>>>             '
ขอเดชะ ขอพระ หนึ่งองค์'
>>>            
ในหลวงทรงตรัสว่า 'ขอเดชะ พระหมด แล้ว'
>>>             ---------- -----------------------------

>>>
>>>             
วันหนึ่งพระองค์ท่านเสด็จเยี่ยมเยียนพสกนิกรของท่านตาม ปกติที่ต่างจังหวัด
>>>            
ก็มีชาวบ้านมาต้อนรับในหลวงมาก มาย
>>>            
พระองค์ท่านเสด็จพระราชดำเนินมาตามลาดพระ บาท
>>>            
ที่แถวหน้าก็มีหญิงชราแก่คนหนึ่งได้ก้มลง กราบแทบพระบาท
>>>            
แล้วก็เอามือของแกมาจับ พระหัตถ์ของ ในหลวง
>>>            
แล้วก็พูดว่า ยายดีใจเหลือเกินที่ได้เจอ ในหลวง
>>>            
แล้วก็พูดว่า ยายอย่างโน้น ยายอย่าง นี้
>>>            
อีกตั้งมากมายแต่ในหลวงก็ทรง เฉยๆ
>>>            
มิได้ตรัสรับสั่งตอบว่ากระไร
>>>            
แต่พวกข้าราชบริภารก็มองหน้ากันใหญ่
>>>            
กลัวว่าพระองค์จะทรงพอ พระราชหฤหัย หรือไม่
>>>            
แต่พอพวกเราได้ยินพระองค์รับสั่งตอบ ว่ากับหญิงชราคนนั้น
>>>            
ทำให้เราถึงกับกลั้นหัวเราะไว้ไม่ ไหว เพราะพระองค์ทรงตรัสว่า
>>>             '
เรียกว่ายายได้อย่างไร อายุอ่อน กว่าแม่ฉันตั้งเยอะ
>>>            
ต้องเรียกน้าซิถึงจะ ถูก'
>>>             ---------- ----------------------------------------

>>>            
ครั้งหนึ่งหลายๆ ปีมา แล้ว
>>>            
พระเจ้าอยู่หัวทรงประชวรนิดหน่อยเกี่ยวกับ พระฉวีมีพระอาการคัน
>>>            
มีหมอโรคผิวหนังคณะหนึ่งไปเข้าเฝ้าฯ เพื่อถวายการรักษา
>>>
>>>            
คุณหมอเป็นผู้เชี่ยวชาญทางโรคผิวหนังแต่ไม่ได้เชี่ยวชาญทางราชา ศัพท์
>>>            
ก็กราบบังคมทูลว่า 'เอ้อ -
>>>            
ทรง...อ้า-ทรงพระคันมานานแล้วหรือยังพะยะ ค่ะ'
>>>            
พระเจ้าอยู่หัวก็ทรงพระสรวล ตรัส ว่า
>>>            '
ฉันไม่ใช่ผู้หญิง นี่จะท้องได้ยังไง'
>>>            
แล้วคงจะทรงพระกรุณาว่า
>>>             
หมอคงจะไม่รู้ราชาศัพท์ทางด้านอวัยวะร่างกาย จริงๆ
>>>            
ก็พระราชทานพระบรมราชานุญาตว่า เอ้าพูดภาษา อังกฤษกันเถอะ
>>>             ---------- -----------------------------

>>>            
เรื่องนี้รุ่นพี่ที่จุฬาฯเล่าให้ฟัง ว่า
>>>             
มีอยู่ปีนึงที่ ในหลวงทรงเสด็จ
>>>            
พระราชทานปริญญาบัตร อธิการบดีอ่านรายชื่อ บัณฑิตแล้วบังเอิญว่า
>>>            
มีเหตุขัดข้องบางประการ ทำให้อ่านขาด ตอน
>>>            
ก็ต้องรีบหาว่าอ่านรายชื่อไปถึงไหน แล้ว
>>>            
ปรากฏว่าในหลวงท่านทรงจำได้ ท่านเลยตรัสกับ อธิการไปว่า
>>>             '
เมื่อกี้นี้ (ชื่อ....) เค้ารับไป แล้ว'
>>>            
และมีอีกปีนึงขณะที่พระราชทานปริญญาบัตรอยู่ ดีๆ
>>>            
ไฟดับไปชั่วขณะ...
>>>            
ทำให้บัณฑิตคน หนึ่งพลาดโอกาสครั้งสำคัญในการถ่ายรูป
>>>            
พอในหลวงทรงพระราชทาน ปริญญาบัตรเรียบร้อยแล้ว
>>>            
ก่อนที่จะให้พระบรม ราโชวาท
>>>            
ท่านทรงให้อธิการบดีเรียกบัณฑิตคนนั้นมารับ พระราชทานอีกครั้ง
>>>            
เพื่อจะได้มีรูปไว้เป็นที่ ระลึก
>>>            
ตื้นตันกันถ้วนทั่วทั้งหอ ประชุม
>>>
>>>             ********

>>>            
ขอจงทรงพระเจริญยิ่งยืนนาน

September 27

Slide

  
September 22

Slide สวยๆ

 
August 21

พออยู่พอกิน

บาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงเข้าพระราชหฤทัยในความเป็นไปของเมืองไทยและคนไทยอย่างลึกซึ้งและกว้างไกล ได้ทรงวางรากฐานในการพัฒนาชนบท และช่วยเหลือประชาชนให้สามารถพึ่งตนเองได้มีความ " พออยู่พอกิน" และมีความอิสระที่จะอยู่ได้โดยไม่ต้องติดยึดอยู่กับเทคโนโลยีและความเปลี่ยนแปลงของกระแสโลกาภิวัฒน์ ทรงวิเคราะห์ว่าหากประชาชนพึ่งตนเองได้แล้วก็จะมีส่วนช่วยเหลือเสริมสร้างประเทศชาติโดยส่วนรวมได้ในที่สุด พระราชดำรัสที่สะท้อนถึงพระวิสัยทัศน์ในการสร้างความเข้มแข็งในตนเองของประชาชนและสามารถทำมาหากินให้พออยู่พอกินได้ ดังนี้  
"….ในการสร้างถนน สร้างชลประทานให้ประชาชนใช้นั้น จะต้องช่วยประชาชนในทางบุคคลหรือพัฒนาให้บุคคลมีความรู้และอนามัยแข็งแรง ด้วยการให้การศึกษาและการรักษาอนามัย เพื่อให้ประชาชนในท้องที่สามารถทำการเกษตรได้ และค้าขายได้…"
 
“…บารมีนั้น คือ ทำความดี เปรียบเทียบกับธนาคาร …ถ้าเราสะสมเงินให้มากเราก็สามารถที่จะใช้ดอกเบี้ย ใช้เงินที่เป็นดอกเบี้ย โดยไม่แตะต้องทุนแต่ถ้าเราใช้มากเกินไป หรือเราไม่ระวัง เรากิน เข้าไปในทุน ทุนมันก็น้อยลง ๆ จนหมด …ไปเบิกเกินบัญชีเขาก็ต้องเอาเรื่อง ฟ้องเราให้ล้มละลาย เราอย่าไปเบิกเกินบารมีที่บ้านเมือง ที่ประเทศได้สร้างสมเอาไว้ตั้งแต่บรรพบุรุษของเราให้เกินไป เราต้องทำบ้าง หรือเพิ่มพูนให้ประเทศของเราปกติมีอนาคตที่มั่นคง บรรพบุรุษของเราแต่โบราณกาล ได้สร้างบ้านเมืองมาจนถึงเราแล้ว ในสมัยนี้ที่เรากำลังเสียขวัญ กลัว จะได้ไม่ต้องกลัว ถ้าเราไม่รักษาไว้…”
 
  “….ขอให้ถือว่าการงานที่จะทำนั้นต้องการเวลา เป็นงานที่มีผู้ดำเนินมาก่อนแล้ว ท่านเป็นผู้ที่จะเข้าไปเสริมกำลัง จึงต้องมีความอดทนที่จะเข้าไปร่วมมือกับผู้อื่น ต้องปรองดองกับเขาให้ได้ แม้เห็นว่ามีจุดหนึ่งจุดใดต้องแก้ไขปรับปรุงก็ต้องค่อยพยายามแก้ไขไปตามที่ถูกที่ควร….”
 
________________________________________________O________________O__________________________________________
 

เศรษฐกิจพอเพียง

ประการที่สำคัญของเศรษฐกิจพอเพียง

          1. พอมีพอกิน ปลูกพืชสวนครัวไว้กินเองบ้าง ปลูกไม้ผลไว้หลังบ้าน 2-3 ต้น พอที่จะมีไว้กินเองในครัวเรือน เหลือจึงขายไป
          2. พออยู่พอใช้ ทำให้บ้านน่าอยู่ ปราศจากสารเคมี กลิ่นเหม็น ใช้แต่ของที่เป็นธรรมชาติ (ใช้จุลินทรีย์ผสมน้ำถูพื้นบ้าน จะสะอาดกว่าใช้น้ำยาเคมี) รายจ่ายลดลง สุขภาพจะดีขึ้น (ประหยัดค่ารักษาพยาบาล)
          3. พออกพอใจ เราต้องรู้จักพอ รู้จักประมาณตน ไม่ใคร่อยากใคร่มีเช่นผู้อื่น เพราะเราจะหลงติดกับวัตถุ ปัญญาจะไม่เกิด           " การจะเป็นเสือนั้นมันไม่สำคัญ สำคัญอยู่ที่เราพออยู่พอกิน และมีเศรษฐกิจการเป็นอยู่แบบพอมีพอกิน แบบพอมีพอกิน หมายความว่า อุ้มชูตัวเองได้ ให้มีพอเพียงกับตัวเอง "

เศรษฐกิจพอเพียง จะสำเร็จได้ด้วย "ความพอดีของตน"  

 
Photo 1 of 4

Windows Media Player

by